วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

การศึกษาดูงานภายในประเทศ

          การสร้างประสบการณ์เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรัก และเล็งเห็นถึงคุณค่าของการฟื้นฟูเมืองเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ดังนั้น คณะผู้วิจัยจึงได้จัดศึกษาดูงานเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์การฟื้นฟูและอนุรักษ์เมืองที่มีตัวอย่างให้เรียนรู้ตามแนวทางที่สอดคล้องกับพื้นที่ย่านหัวเวียงใต้ ภายใต้แนวคิดเรื่อง “การฟื้นฟูเมืองและย่านการค้า” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1) ให้ผู้มีส่วนร่วมในโครงการฟื้นฟูเมืองฯ ได้เห็นตัวอย่าง และเรียนรู้การฟื้นฟูเมืองแห่งอื่นที่มีบริบทใกล้เคียง
2) เพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูเมืองและย่าน ทั้งภาคทฤษฎีและความรู้เพิ่มเติมจากภาคสนาม เพื่อเป็นแนวทางสู่การปฏิบัติให้เกิดรูปธรรมในพื้นที่โครงการ
3) สามารถนำแนวคิดการฟื้นฟูเมืองฯ มาบูรณาการในการวางแผนฒนาจังหวัดและท้องถิ่น 
 
          การศึกษาดูงานในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม พ.ศ.2555 จังหวัดลำปาง คณะศึกษาดูงานประกอบด้วย ชาวชุมชนหัวเวียงใต้ ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดน่าน และผู้แทนจากการเคหะแห่งชาติ รวม 24 คน

          การศึกษาดูงานที่จังหวัดลำปางมีจุดเด่นเรื่องการฟื้นฟูเมืองและย่านการค้าเก่าแก่ของเมือง สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาและฟื้นฟูย่านการค้าและการอนุรักษ์อาคารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในชุมชนหัวเวียงใต้ มีตัวอย่างเรื่องการให้ความสำคัญกับศูนย์เรียนรู้นอกห้องเรียนซึ่งมีหลากหลายระดับ ตั้งแต่ระดับภูมิภาค เมือง และชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองลำปางยังมีชุมชนที่มีจุดแข็งเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนกับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นจนได้รับรางวัลระดับโลก ทั้งหมดนี้จึงน่าจะทำให้ภาคีภาคส่วนต่างๆ จากจังหวัดน่านได้ร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกัน โดยการเข้าพบ เยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ และการสัมผัสรูปธรรมของจริง  รวมทั้งสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้ ปัญหา อุปสรรค และวิธีการของชุมชนต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนบทเรียนและองค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูเมืองอันจะนำไปสู่การพัฒนาการอยู่อาศัยที่ดีมีคุณภาพต่อไป
 สถานที่ศึกษาดูงาน ประเด็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และวิทยากรผู้บรรยาย

ภาพกิจกรรมการศึกษาดูงาน
 
ต้อนรับคณะศึกษาดูงานที่ร้านอาหารบ้านเก้าลำปาง และรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน

คุณเฉลิม แก้วกระจ่าง ปลัดเทศบาลนครลำปาง บรรยาย หัวข้อ บทบาทของท้องถิ่นกับการเสริมสร้างและรักษามรดกทางวัฒนธรรม

 














 


 แนวคิดและกระบวนการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้จังหวัดลำปาง โดย คุณภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์



 





 











บรรยายและนำชมอาคารสถาปัตยกรรมย่านการค้าตลาดจีน โดย คุณไตรเทพ  บุญเฮง





















บรรยายเรื่อง แนวคิดการจัดตั้ง “มูลนิธินิยม  ปัทมะเสวี
และนำชมศูนย์การเรียนรู้ปัทมะเสวี หอศิลป์ลำปาง
โดย คุณไพศาล  ด่านวิรุทัย ผู้จัดการศูนย์ฯ






















บรรยาย และนำชม กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัดปงสนุก โดย อาจารย์อนุกูล  ศิริพันธ์





















คุณเกียรติชัย มานะศิลป์ (โกชัย) บรรยายหัวข้อ "จากชุมชนตลาดจีน ถึงกาดกองต้า....วันนี้"" 




















 






















นำชมและศึกษาสถานที่สำคัญของเมือง เช่น กำแพงเมือง ถนนสายวัฒนธรรม บ้านเก่าชุมชนท่ามะโอ
และบ้านอนุรักษ์เรือนเจ้าแม่ยอดคำ โดย คุณกิติศักดิ์ เฮงษฎีกุล

 


















 กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันสรุปบทเรียนจากการศึกษาดูงาน

นอกจากข้อมูลและสาระอันเป็นประโยชน์ของสถานที่ศึกษาดูงานแต่ละแห่ง บทเรียนที่คณะศึกษาดูงานได้รับจากการเรียนรู้ครั้งนี้ ได้แก่
·  การจะฟื้นฟูเมืองให้เกิดเป็นรูปธรรมได้จริงต้องมาจากวิสัยทัศน์ผู้นำว่าจะให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ส่งเสริม และการพัฒนาเมืองมากน้อยเพียงไร เพราะเชื่อมโยงถึงการวางแผนจัดสรรงบประมาณ รวมถึงการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ
·  การอนุรักษ์อาคารสถาปัตยกรรมให้คงอยู่เป็นภารกิจสำคัญที่คนรุ่นปัจจุบันต้องเร่งดำเนินการ โดยอาศัยภูมิปัญญาความรู้และเทคนิคเฉพาะและความละเอียดอ่อน หัวใจสำคัญในการอนุรักษ์บ้านเก่า คือการรวบรวมเรื่องราวจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ และภาพถ่ายเก่าๆ ของเรือนหลังนั้น เพราะเป็นองค์ประกอบที่มีคุณค่าและสมควรได้รับการเก็บรักษาอย่างถูกต้อง
·  สิ่งสำคัญในการบูรณะโบราณสถานโบราณวัตถุ คือเริ่มต้นจากคนในชุมชนนั้นๆ ก่อนจะขยายความร่วมมือออกไปในวงกว้าง ด้วยการสำรวจภูมิปัญญางานช่างที่มีอยู่เดิม เพราะถือเป็นกำลังหลักสำคัญในการซ่อมแซมบูรณะ
·  การร่วมมือกันระหว่างท้องถิ่นกับสถาบันการศึกษาที่มีความชำนาญเฉพาะเป็นความจำเป็นและต้องการการลงทุนว่าจ้าง เพื่อการบูรณะซ่อมแซมจำเป็นต้องทำอย่างถูกหลักวิชาเพื่อป้องกันการสูญหายของคุณค่าที่มีอยู่เดิม
·  แนวคิดหลัก (concept) ของการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เมืองอย่างห้อง “ปูมละกอน” หรือ “มิวเซียมลำปาง” คือการตั้งคำถามถึงความเป็นอัตลักษณ์หรือความเป็นตัวตนของคนลำปาง รวมถึงการเปิดพื้นที่และโอกาสให้เกิดกิจกรรมเพื่อใช้ “พลัง” ในเชิงสร้างสรรค์ และการ “ย่อย” เรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายเพื่อเข้าถึงผู้ชมที่มีหลากหลายกลุ่มได้มากที่สุด
·  การทำถนนคนเดินจำเป็นต้องทำชุมชนให้เข้มแข็งก่อน แล้วค่อยร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ ไม่ควรเน้นนักท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่เน้นคนในชุมชน ดังนั้น หากจะเริ่มต้นทำถนนคนเดินต้องอ่านชุมชนของตัวเองให้ทะลุว่าคนในพื้นที่ตัวเองมีลักษณะอย่างไร เพราะแต่ละที่ไม่เหมือนกัน
·  การบริหารจัดการถนนคนเดินเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แนวทางที่กาดกองต้าจัดการคือให้ความสำคัญกับผู้ค้ายุคแรกเริ่มและให้สิทธิเจ้าของบ้านก่อน รวมถึงการกำหนดระเบียบเพื่อควบคุมประเภทสินค้าที่จำหน่าย ผู้ค้า มีบทลงโทษหากทำผิดระเบียบ และใช้วิธีแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับธรรมชาติของชุมชน
·  ภาวะผู้นำเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารจัดการเรื่องที่มีความซับซ้อนและต้องการความเฉียบขาด เช่นกรณีถนนคนเดิน ผู้นำต้องมีความเฉียบขาด  ทุ่มเท เสียสละ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง

บทเรียนที่คณะศึกษาดูงานร่วมกันสรุปในวันสุดท้ายของการศึกษาดูงาน พบว่า ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ “คน” และ “ทีมงาน” ดังนี้
·  การฟื้นฟูหรือเปลี่ยนแปลงเมืองจะเกิดขึ้นได้ มีส่วนมาจากการมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เช่น นายกเทศบาลฯ ผู้นำชุมชน ดังนั้นการเลือก “ผู้นำ” ทั้งระดับเมือง ระดับชุมชน หรือระดับโครงการควรเป็นคนที่มีความตั้งใจ เสียสละ มีบารมี มีวิสัยทัศน์ โดยเฉพาะการมีผู้นำที่เสียสละมีส่วนในการสร้างความเชื่อมั่นจากคนในชุมชน  
· “อาสาสมัคร” ตัวจริง ต้องเป็นบุคคลที่ทำจริง ไม่ฝากใครทำ
·  การสร้าง “ทีม” ในการทำงานที่ดี ควรประกอบด้วยทั้ง “ฝ่ายบู๊” “ฝ่ายบุ๋น” มีการแบ่งบทบาทกันภายในทีม รวมทั้งมีฝ่ายประชาสัมพันธ์
·  การทำงานควรเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แล้วค่อยขยายผล เช่น เริ่มต้นจากครอบครัวที่เป็นต้นแบบให้คนอื่นๆ ได้

          สิ่งที่คณะศึกษาดูงานตั้งใจกลับไปทำ คือ ชักชวนให้คณะกรรมการจัดงานกาดกองน้อยได้ทบทวนฐานคิดในการทำงาน เป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมถนนคนเดิน โดยศึกษากรณีตัวอย่างการจัดกาดกองต้าที่มีเป้าหมายในเชิงการป้องกัน และลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นมากกว่ามุ่งเน้นแต่เรื่องการค้าขาย ประการสำคัญ ในการฟื้นฟูย่านชุมชนหัวเวียงใต้จะเกิดขึ้นได้จริง คณะทำงานต้องลุกขึ้นมามีบทบาทนำมากกว่ารอให้คณะผู้วิจัยลงมาขับเคลื่อนให้ เพราะโครงการวิจัยมีระยะเวลาสิ้นสุด แต่การพัฒนาและฟื้นฟูเมืองน่านย่อมเดินทางต่อไปด้วยคนเมืองน่านด้วยกันเอง

บทเรียนและข้อเสนอแนะหลังการศึกษาดูงาน

1.  ภาคีจากภาคราชการที่ร่วมศึกษาดูงานในครั้งนี้ มีความกระตือรือร้น และแสดงเจตจำนงที่จะช่วยเหลืองานในโครงการอย่างเต็มที่ แต่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าร่วมโครงการฯ เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ในระดับผู้ปฏิบัติการ

2.  การสรุปบทเรียนในช่วงปิดท้ายการศึกษาดูงานมีหลายประเด็นที่ผู้เข้าร่วมศึกษาดูงานได้ร่วมกันคิดและเสนอแนะ ซึ่งน่าจะได้รับการกระตุ้นและผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ชุมชนหัวเวียงใต้ต่อไป

3.  การได้เห็นแบบอย่างการมีส่วนร่วมของกลุ่มเยาวชนจากกรณีงานรำลึกสะพานรัษฎา ทำให้หลายฝ่ายเห็นความสำคัญให้กลุ่มเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น แต่การจะให้เยาวชนเข้ามามีบทบาทโดยตรงอาจไม่สอดคล้องกับกิจกรรมที่จัดขึ้น เช่น กิจกรรมถนนคนเดินซึ่งมักถูกมองว่าเป็นงานของผู้ใหญ่ จึงเสนอให้มีคณะทำงานที่เป็นคนซึ่งคลุกคลีกับเยาวชนมาร่วมด้วย

4.  การฟื้นฟูสิ่งดีๆ ในย่านหัวเวียงใต้ สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการให้ “คนใน” เล่าความภาคภูมิใจในชุมชน แล้วนำมาจัดทำเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ (หนังสือ) ให้คนในชุมชนมีส่วนคิด ทำ และร่วมสร้างความภาคภูมิใจ เหมือนที่ชาวย่านกาดกองต้าได้ทำขึ้น

      คณะผู้วิจัยวางแผนการศึกษาดูงานครั้งนี้โดยมุ่งหวังให้ชาวน่านได้รับประโยชน์สูงสุด เพื่อจะได้นำมาใช้ฟื้นฟูเมืองน่านต่อไป ไม่เว้นแม้แต่เรื่องสถานที่พักในการศึกษาดูงาน ที่มีสภาพน่าพัก อยู่ในสภาพแวดล้อมและบรรยายกาศที่ดี ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ได้วางแผนสอดแทรกเพื่อให้ผู้ศึกษาดูงานครั้งนี้ได้เรียนรู้และนำแบบอย่างการบริหารจัดการที่พักที่ได้มาตรฐานไปประยุกต์ใช้กับการจัดการที่พักในย่านหัวเวียงใต้ในอนาคต
 


วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

ประชุมคณะทำงาน(ย่อย)ฟื้นฟูย่านชุมชนหัวเวียงใต้ ครั้งที่ 1

คล้อยหลังเวทีประชาคมเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2554 มีอาสาสมัครในชุมชนหัวเวียงใต้รวมประมาณ 8 ท่าน อาสาเข้าร่วมเป็น “คณะทำงานฟื้นฟูย่านชุมชนหัวเวียงใต้” ร่วมกับคณะผู้วิจัยโครงการฟื้นหัวเวียงน่าน ผ่านมือหมู่เฮา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคณาจารย์ในสาขาวิชาสถาปัตยกรรมฯ จึงอาจมีความลึกซึ้งในมิติวัฒนธรรมและความเป็นมาของชุมชนไม่มากเท่าคนในชุมชน โดยในช่วงเช้าของวันที่ 9 ธันวาคม 2554 คณะทำงานผู้วิจัยได้จัดให้มีการประชุมคณะทำงานขึ้น ณ ห้องกองทุนหมู่บ้าน วัดหัวเวียงใต้ เพื่อทบทวนเป้าหมายโครงการ นั่นคือ การพัฒนา “การอยู่อาศัย” ที่นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งต้องเกิดขึ้นจากกระบวนการค้นหาตัวเองของคนในพื้นที่ มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น สามารถเชื่อมประสานและทำงานอย่างเป็นบูรณาการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ และสามารถปรับปรุงฟื้นฟูอย่างเป็นรูปธรรมและขยายผลได้



สำหรับพื้นที่รูปธรรมหรือพื้นที่นำร่องในการฟื้นฟูในย่านหัวเวียงใต้ จะเริ่มต้นจากคนกลุ่มเล็กๆ หรือพื้นที่เล็กๆ ที่สามารถริเริ่มหรือทำให้เกิดขึ้นจริงได้ก่อน เพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาและเรียนรู้ด้วยในภายหลัง ซึ่งจากการประชุมเลือกพื้นที่นำร่อง พบว่า น่าจะเริ่มต้นจากย่านที่อยู่อาศัยของคณะทำงานที่เป็นอาสาสมัครก่อน โดยมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ถนนสุมนเทวราช บริเวณหน้าศาลเจ้าปุงเถ้ากง ร้านเฮือนกำกิ๋น เรื่อยมาถึงบ้านโกเด๊ง ระหว่างบ้านโกเด๊งและร้านปากซอย จะเป็นซอย 5 สองข้างทางในซอยนี้ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย บางหลังประกอบอาชีพค้าขาย โดยเช่าพื้นที่หน้าร้านอยู่ริมถนนสุมนเทวราช เช่น ร้านส้มตำทอด ร้านเพาะชำต้นไม้ ป้าต่าย สุดซอยด้านขวามือเป็นบ้านอ้ายบุญโชติ รับทำป้ายและงานศิลปะ ด้านซ้ายมือเป็นบ้านเช่า ฝั่งตรงกันข้ามเป็นบ้านป้าปุ๋ยซึ่งทำขนมปาด ขนมเก่าแก่ของคนน่าน ถัดไปเป็นร้านอาหารเจ บ้านยายหล้า ร้านขายไอติมโบราณ ฝั่งตรงข้ามกันเป็นบ้านคุณกนกศักดิ์ และบ้านคุณปรานอมหรือป้าแต๋ขนมพื้นบ้าน รวมทั้งหมดประมาณ 15 หลังคาเรือน



พิจารณาทางกายภาพ พื้นที่นี้มีลักษณะคล้ายตัวอักษรเจ (J) ในภาษาอังกฤษ ซึ่งสามารถฟื้นฟูได้ทั้งมิติเรื่องบ้านเก่าที่ควรอนุรักษ์ การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ของอาคารบ้านเรือน การออกแบบที่ว่างที่เอื้อประโยชน์ใช้สอยภายในชุมชน รวมถึงการฟื้นฟูย่านการค้าตามแนวถนนสุมนเทวราชที่เชื่อมโยงกับร้านค้าย่อยในซอย และผู้ผลิตระดับครัวเรือนที่ประกอบอาหารหรือสิ่งของในบ้านแล้วนำออกมาจำหน่ายด้านนอก จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่าเจ้าของบ้านส่วนใหญ่ยินดีให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูย่านหัวเวียงใต้ โดยสิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุดก็คือ องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเมือง ไม่ว่าจะเรื่องรูปแบบบ้าน/ป้าย รวมถึงองค์ประกอบภูมิทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์สอดคล้องเหมาะสมกับท้องถิ่น

นอกจากนี้ ในที่ประชุมหลังเวทีประชาคมยังมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่าการฟื้นฟูย่านชุมชนหัวเวียงใต้จำเป็นอย่างยิ่งต้องสร้างความภาคภูมิใจและสำนึกความเป็นเจ้าของให้เกิดกับชาวชุมชน ชักชวนภาคีภาคีเครือข่าย ทั้งคนในชุมชน-ร้านค้าร่วมงาน ใช้วิชาการเป็นตัวนำ รวมถึงการเผยแพร่ข่าวสาร ความรู้ จัดกิจกรรมต่างๆ โดยใช้ประเด็นวัฒนธรรมเป็นตัวนำ และร่วมผลักดันให้งานฟื้นฟูเมืองเป็นวาระหลักของเมืองหรือจังหวัด โดยภาคท้องถิ่นหรือรราชการควรออกมาตรการหรือเงื่อนไขเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเมืองให้มากขึ้น

ในการลงพื้นที่ประจำเดือนธันวาคมนี้ คณะทำงานโครงการฯ ยังถือโอกาสร่วมงาน “ถนนคนน่าน” ด้วยการจัดซุ้มนิทรรศการแนะนำโครงการที่หน้าวัดหัวเวียงใต้ พร้อมทั้งร่วมงานถนนคนน่านซึ่งชาวเมืองน่านร่วมกันจัดได้อย่างอบอุ่นรับลมหนาวแรกของปีกันทีเดียว

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เวทีประชาคม ครั้งที่ 1

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน โครงการฟื้นหัวเวียงน่าน ผ่านมือหมู่เฮา ได้จัดเวทีประชาคมครั้งที่ 1 ขึ้น โดยนายพงษ์สิน ทวีเพชร หัวหน้าโครงการฟื้นฟูเมืองการอยู่อาศัยในภูมิภาค ชุมชนเมืองน่าน กล่าวรายงานที่มาและวัตถุประสงค์ของการจัดประชาคมครั้งที่ 1 เพื่อระดมความคิดเห็นของชาวน่านและชาวชุมชนหัวเวียงใต้ และนำความคิดเห็นและข้อสรุปที่ได้ไปพัฒนาร่างผังแนวคิดและแผนการการฟื้นฟูเมืองน่านย่านหัวเวียงใต้ที่เหมาะสม



จากนั้น นายชัยวัฒน์ บูรพาวิจิตรนนท์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ประธานในพิธีกล่าวต้อนรับคณะผู้วิจัย คณะผู้บริหารจากส่วนราชการต่างๆ ภาคประชาสังคม และชาวชุมชนเมืองน่านที่เข้าร่วมโครงการฟื้นฟูเมืองการอยู่อาศัยในภูมิภาค ชุมชนเมืองน่าน ซึ่งการเคหะแห่งชาติร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ จัดขึ้น การประชุมครั้งนี้จึงต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ช่วยแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่เพื่อให้โครงการได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนและสามารถนำไปทำงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้เมืองน่านโดยเฉพาะชุมชนหัวเวียงใต้ได้รับประโยชน์ตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์โครงการ



หลังจากนั้น นายพงษ์สิน ทวีเพชร นำเสนอความเป็นมาของโครงการซึ่งต่อเนื่องจากโครงการจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับเมือง แผนป้องกันและแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดระดับพื้นที่ จังหวัดน่าน ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 และเกิดผลรูปธรรมโดยทีมวิจัยได้ผลักดันเรื่องที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้าน สถารศให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ดำเนินการต่อในนามโครงการบ้านมั่นคง นอกจากนี้ มีข้อเสนอที่ชุมชนเมืองน่านเห็นด้วยคืองานฟื้นฟูย่านพาณิชยกรรมชุมชนหัวเวียงใต้ รวมถึงการแก้ปัญหาการบุกรุกแนวกำแพงเมืองในชุมชนภูมินทร์ท่าลี่และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยแผนทั้งสามได้ส่งมอบให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ซึ่งกคช.ได้ให้เห็นความสำคัญกับเมืองน่านว่าเป็นเมืองที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ เพราะมีความสำคัญเชิงวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นเมืองที่เหมาะสมจะพัฒนาเป็นเมืองที่อยู่อาศัยเชิงคุณภาพ ดังนั้น การเคหะแห่งชาติในส่วนของกองฟื้นฟูเมืองจึงได้คิดพัฒนาโครงการฟื้นฟูเมืองการอยู่อาศัยเพื่อให้ชุมชนเมืองน่านคิดเรื่องการทำแผนและทำผังกายภาพที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้

สาเหตุที่เลือกชุมชนหัวเวียงใต้นอกจากได้เคยเสนอไปแล้วในโครงการก่อนหน้านี้ในชื่อ แผนการอนุรักษ์และฟื้นฟูย่านพาณิชยกรรม และแผนที่สองคือการจัดทำแผนป้องกันอัคคีภัยเนื่องจากเป็นชุมชนที่มีอาคารไม้ อายุ 30-40 ปีขึ้นไป รวมทั้งปัญหาเรื่องน้ำท่วม และแผนพัฒนาที่ว่างสาธารณะและพื้นที่สีเขียวของชุมชนที่ขาดหายไป เมื่อเทียบความสำคัญของพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในเขตใจเมืองน่านแล้ว ยังพบว่าชุมชนหัวเวียงใต้เป็นพื้นที่กันชนและเชื่อมต่อกับพื้นที่หัวแหวนใจกลางเมืองน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญควรค่าแก่การอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นคุ้มบ้านเก่า วัด โบราณสถาน กำแพง คูน้ำ คันดิน รวมทั้งความเป็นย่านการค้าเก่าแก่ของชุมชนหัวเวียงใต้แห่งนี้


ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้รับฟังแนวคิดและองค์ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูเมือง/ย่าน จาก คุณสาวิตรี ณ หงษา นักวิจัยในโครงการซึ่งเป็นลูกหลานชาวหัวเวียงใต้โดยกำเนิด พร้อมกับนำเสนอกรณีศึกษาที่น่าสนใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเปิดมุมมองด้านการฟื้นฟูเมืองให้กับชาวเมืองน่าน

หลังจากนั้น เป็นเวทีระดมความเห็น “ฟื้นหัวเวียงน่าน ผ่านมือหมู่เฮา” เพื่อค้นหาว่า อะไร คือสิ่งที่จำเป็นต้องทำการฟื้นฟูมากที่สุดในชุมชนหัวเวียงใต้ เพราะเหตุใด หากทำการฟื้นฟูแล้ว ใครคือผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟู มีพื้นที่ใดเป็น พื้นที่เป้าหมาย รวมทั้งการระดมความคิดเห็นถึง แนวทางที่จะทำให้การฟื้นฟูนั้นเป็นจริงได้ โดยการตั้งคำถามกับผู้เข้าร่วมว่าแต่ละท่านจะมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูนั้นได้อย่างไร กลุ่มคนหรือหน่วยงานใดที่ต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง และอะไรบ้างคือสิ่งที่กลุ่มคนหรือหน่วยงานนั้นๆ จะให้ความช่วยเหลือได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ กำลังคน วัสดุอุปกรณ์ หรืองบประมาณ ฯลฯ ผลการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกทั้ง 4กลุ่มย่อย ซึ่งแบ่งตามคุณลักษณะความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องภายในย่านชุมชนหัวเวียงใต้ มีดังนี้

กลุ่ม 1 ผู้พักอาศัย ภาคประชาชน



กลุ่ม 2 ผู้ประกอบการ ร้านค้า ภาคธุรกิจ



กลุ่ม 3 ประชาสังคม นักวิชาการ สื่อมวลชน



กลุ่ม 4 ราชการ องค์กรส่วนท้องถิ่น



             สมาชิกทั้ง 4 กลุ่มได้ร่วมแสดงความเห็นและหารือแลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่สมควรได้รับการฟื้นฟูมากที่สุดในชุมชนหัวเวียงใต้ ผลปรากฏว่า สิ่งที่ผู้เข้าร่วมต่างให้ความสำคัญมากที่สุดประกอบด้วย 4 โครงการต่อไปนี้
1.โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์
2.โครงการฟื้นฟูย่านการค้า
3.โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูอาคารที่มีเอกลักษณ์
4.โครงการจัดระบบการจราจรและที่จอดรถ



ข้อสรุปจากเวทีประชาคมยังถูกนำไปสร้างความเข้าใจให้แจ่มชัดยิ่งขึ้นในวันถัดมา เมื่อหัวหน้าบ้านและตัวแทนชุมชนหัวเวียงใต้ ภาคประชาสังคม รวมทั้งนายกเทศมนตรีเมืองน่านได้เข้าร่วมประชุมหารือกับทีมวิจัยและคณะจากการเคหะแห่งชาติที่วิหารวัดหัวเวียงใต้ต่อ โดยท่านเจ้าอาวาสได้มาเป็นประธานการประชุมและให้ข้อเสนอแนะแนวทางการทำงานที่เป็นประโยชน์แก่ชาวชุมชนหัวเวียงใต้ ทำให้แต่ละท่านเห็นเป้าหมายในทางเดียวกัน นั่นคือการพัฒนาการอยู่อาศัยเพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยกระบวนการค้นหาตัวเองและความเป็นเอกลักษณ์ของคนในพื้นที่ อาศัยการทำงานอย่างเป็นบูรณาการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูเมืองน่านอย่างเป็นรูปธรรม