การเคหะแห่งชาติ ร่วมกับคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555
เชิญชมวิดีโอรวมภาพกิจกรรมความเคลื่อนไหวในโครงการ
เมื่อวันที 20 ตุลาคม พ.ศ.2554 ณ วิหารวัดหัวเวียงใต้
สถานที่ บรรยากาศ และการสำรวจข้อมูลกายภาพในย่านหัวเวียงใต้
เวทีประชาคม ครั้งที่ 1
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน
ชุดที่ 1/3
ชุดที่ 2/3
ชุดที่ 3/3
ศึกษาดูงานในประเทศ
เมื่อวันที่ 23-25 มีนาคม พ.ศ.2555 ณ จังหวัดลำปาง
ชุดที่ 1/3
ชุดที่ 2/3
ชุดที่ 3/3
สปอตประชาสัมพันธ์เวทีประชาคม ครั้งที่ 2
วันที่ 23-24 เมษายน พ.ศ.2555 ณ ศาลเจ้าปุงเถ่ากง
วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555
การศึกษาดูงานภายในประเทศ
1) ให้ผู้มีส่วนร่วมในโครงการฟื้นฟูเมืองฯ ได้เห็นตัวอย่าง และเรียนรู้การฟื้นฟูเมืองแห่งอื่นที่มีบริบทใกล้เคียง
2) เพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูเมืองและย่าน ทั้งภาคทฤษฎีและความรู้เพิ่มเติมจากภาคสนาม เพื่อเป็นแนวทางสู่การปฏิบัติให้เกิดรูปธรรมในพื้นที่โครงการ
3) สามารถนำแนวคิดการฟื้นฟูเมืองฯ มาบูรณาการในการวางแผนฒนาจังหวัดและท้องถิ่น
การศึกษาดูงานในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม พ.ศ.2555 ณ จังหวัดลำปาง คณะศึกษาดูงานประกอบด้วย ชาวชุมชนหัวเวียงใต้ ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดน่าน และผู้แทนจากการเคหะแห่งชาติ รวม 24 คน
การศึกษาดูงานที่จังหวัดลำปางมีจุดเด่นเรื่องการฟื้นฟูเมืองและย่านการค้าเก่าแก่ของเมือง สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาและฟื้นฟูย่านการค้าและการอนุรักษ์อาคารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในชุมชนหัวเวียงใต้ มีตัวอย่างเรื่องการให้ความสำคัญกับศูนย์เรียนรู้นอกห้องเรียนซึ่งมีหลากหลายระดับ ตั้งแต่ระดับภูมิภาค เมือง และชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองลำปางยังมีชุมชนที่มีจุดแข็งเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนกับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นจนได้รับรางวัลระดับโลก ทั้งหมดนี้จึงน่าจะทำให้ภาคีภาคส่วนต่างๆ จากจังหวัดน่านได้ร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกัน โดยการเข้าพบ เยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ และการสัมผัสรูปธรรมของจริง รวมทั้งสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้ ปัญหา อุปสรรค และวิธีการของชุมชนต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนบทเรียนและองค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูเมืองอันจะนำไปสู่การพัฒนาการอยู่อาศัยที่ดีมีคุณภาพต่อไป
ภาพกิจกรรมการศึกษาดูงาน
แนวคิดและกระบวนการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้จังหวัดลำปาง โดย คุณภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์
บรรยายและนำชมอาคารสถาปัตยกรรมย่านการค้าตลาดจีน โดย คุณไตรเทพ บุญเฮง
บรรยายเรื่อง แนวคิดการจัดตั้ง “มูลนิธินิยม ปัทมะเสวี”
และนำชมศูนย์การเรียนรู้ปัทมะเสวี หอศิลป์ลำปาง
โดย คุณไพศาล ด่านวิรุทัย ผู้จัดการศูนย์ฯ
บรรยาย และนำชม กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัดปงสนุก โดย อาจารย์อนุกูล ศิริพันธ์
คุณเกียรติชัย มานะศิลป์ (โกชัย) บรรยายหัวข้อ "จากชุมชนตลาดจีน ถึงกาดกองต้า....วันนี้""
นำชมและศึกษาสถานที่สำคัญของเมือง เช่น กำแพงเมือง ถนนสายวัฒนธรรม บ้านเก่าชุมชนท่ามะโอ
และบ้านอนุรักษ์เรือนเจ้าแม่ยอดคำ โดย คุณกิติศักดิ์ เฮงษฎีกุล

กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันสรุปบทเรียนจากการศึกษาดูงาน
นอกจากข้อมูลและสาระอันเป็นประโยชน์ของสถานที่ศึกษาดูงานแต่ละแห่ง บทเรียนที่คณะศึกษาดูงานได้รับจากการเรียนรู้ครั้งนี้ ได้แก่
วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555
ประชุมคณะทำงาน(ย่อย)ฟื้นฟูย่านชุมชนหัวเวียงใต้ ครั้งที่ 1
สำหรับพื้นที่รูปธรรมหรือพื้นที่นำร่องในการฟื้นฟูในย่านหัวเวียงใต้ จะเริ่มต้นจากคนกลุ่มเล็กๆ หรือพื้นที่เล็กๆ ที่สามารถริเริ่มหรือทำให้เกิดขึ้นจริงได้ก่อน เพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาและเรียนรู้ด้วยในภายหลัง ซึ่งจากการประชุมเลือกพื้นที่นำร่อง พบว่า น่าจะเริ่มต้นจากย่านที่อยู่อาศัยของคณะทำงานที่เป็นอาสาสมัครก่อน โดยมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ถนนสุมนเทวราช บริเวณหน้าศาลเจ้าปุงเถ้ากง ร้านเฮือนกำกิ๋น เรื่อยมาถึงบ้านโกเด๊ง ระหว่างบ้านโกเด๊งและร้านปากซอย จะเป็นซอย 5 สองข้างทางในซอยนี้ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย บางหลังประกอบอาชีพค้าขาย โดยเช่าพื้นที่หน้าร้านอยู่ริมถนนสุมนเทวราช เช่น ร้านส้มตำทอด ร้านเพาะชำต้นไม้ ป้าต่าย สุดซอยด้านขวามือเป็นบ้านอ้ายบุญโชติ รับทำป้ายและงานศิลปะ ด้านซ้ายมือเป็นบ้านเช่า ฝั่งตรงกันข้ามเป็นบ้านป้าปุ๋ยซึ่งทำขนมปาด ขนมเก่าแก่ของคนน่าน ถัดไปเป็นร้านอาหารเจ บ้านยายหล้า ร้านขายไอติมโบราณ ฝั่งตรงข้ามกันเป็นบ้านคุณกนกศักดิ์ และบ้านคุณปรานอมหรือป้าแต๋ขนมพื้นบ้าน รวมทั้งหมดประมาณ 15 หลังคาเรือน
พิจารณาทางกายภาพ พื้นที่นี้มีลักษณะคล้ายตัวอักษรเจ (J) ในภาษาอังกฤษ ซึ่งสามารถฟื้นฟูได้ทั้งมิติเรื่องบ้านเก่าที่ควรอนุรักษ์ การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ของอาคารบ้านเรือน การออกแบบที่ว่างที่เอื้อประโยชน์ใช้สอยภายในชุมชน รวมถึงการฟื้นฟูย่านการค้าตามแนวถนนสุมนเทวราชที่เชื่อมโยงกับร้านค้าย่อยในซอย และผู้ผลิตระดับครัวเรือนที่ประกอบอาหารหรือสิ่งของในบ้านแล้วนำออกมาจำหน่ายด้านนอก จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่าเจ้าของบ้านส่วนใหญ่ยินดีให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูย่านหัวเวียงใต้ โดยสิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุดก็คือ องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเมือง ไม่ว่าจะเรื่องรูปแบบบ้าน/ป้าย รวมถึงองค์ประกอบภูมิทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์สอดคล้องเหมาะสมกับท้องถิ่น
นอกจากนี้ ในที่ประชุมหลังเวทีประชาคมยังมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่าการฟื้นฟูย่านชุมชนหัวเวียงใต้จำเป็นอย่างยิ่งต้องสร้างความภาคภูมิใจและสำนึกความเป็นเจ้าของให้เกิดกับชาวชุมชน ชักชวนภาคีภาคีเครือข่าย ทั้งคนในชุมชน-ร้านค้าร่วมงาน ใช้วิชาการเป็นตัวนำ รวมถึงการเผยแพร่ข่าวสาร ความรู้ จัดกิจกรรมต่างๆ โดยใช้ประเด็นวัฒนธรรมเป็นตัวนำ และร่วมผลักดันให้งานฟื้นฟูเมืองเป็นวาระหลักของเมืองหรือจังหวัด โดยภาคท้องถิ่นหรือรราชการควรออกมาตรการหรือเงื่อนไขเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเมืองให้มากขึ้น
ในการลงพื้นที่ประจำเดือนธันวาคมนี้ คณะทำงานโครงการฯ ยังถือโอกาสร่วมงาน “ถนนคนน่าน” ด้วยการจัดซุ้มนิทรรศการแนะนำโครงการที่หน้าวัดหัวเวียงใต้ พร้อมทั้งร่วมงานถนนคนน่านซึ่งชาวเมืองน่านร่วมกันจัดได้อย่างอบอุ่นรับลมหนาวแรกของปีกันทีเดียว
วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554
เวทีประชาคม ครั้งที่ 1
จากนั้น นายชัยวัฒน์ บูรพาวิจิตรนนท์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ประธานในพิธีกล่าวต้อนรับคณะผู้วิจัย คณะผู้บริหารจากส่วนราชการต่างๆ ภาคประชาสังคม และชาวชุมชนเมืองน่านที่เข้าร่วมโครงการฟื้นฟูเมืองการอยู่อาศัยในภูมิภาค ชุมชนเมืองน่าน ซึ่งการเคหะแห่งชาติร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ จัดขึ้น การประชุมครั้งนี้จึงต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ช่วยแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่เพื่อให้โครงการได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนและสามารถนำไปทำงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้เมืองน่านโดยเฉพาะชุมชนหัวเวียงใต้ได้รับประโยชน์ตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์โครงการ
หลังจากนั้น นายพงษ์สิน ทวีเพชร นำเสนอความเป็นมาของโครงการซึ่งต่อเนื่องจากโครงการจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับเมือง แผนป้องกันและแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดระดับพื้นที่ จังหวัดน่าน ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 และเกิดผลรูปธรรมโดยทีมวิจัยได้ผลักดันเรื่องที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้าน สถารศให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ดำเนินการต่อในนามโครงการบ้านมั่นคง นอกจากนี้ มีข้อเสนอที่ชุมชนเมืองน่านเห็นด้วยคืองานฟื้นฟูย่านพาณิชยกรรมชุมชนหัวเวียงใต้ รวมถึงการแก้ปัญหาการบุกรุกแนวกำแพงเมืองในชุมชนภูมินทร์ท่าลี่และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยแผนทั้งสามได้ส่งมอบให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ซึ่งกคช.ได้ให้เห็นความสำคัญกับเมืองน่านว่าเป็นเมืองที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ เพราะมีความสำคัญเชิงวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นเมืองที่เหมาะสมจะพัฒนาเป็นเมืองที่อยู่อาศัยเชิงคุณภาพ ดังนั้น การเคหะแห่งชาติในส่วนของกองฟื้นฟูเมืองจึงได้คิดพัฒนาโครงการฟื้นฟูเมืองการอยู่อาศัยเพื่อให้ชุมชนเมืองน่านคิดเรื่องการทำแผนและทำผังกายภาพที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้
สาเหตุที่เลือกชุมชนหัวเวียงใต้นอกจากได้เคยเสนอไปแล้วในโครงการก่อนหน้านี้ในชื่อ แผนการอนุรักษ์และฟื้นฟูย่านพาณิชยกรรม และแผนที่สองคือการจัดทำแผนป้องกันอัคคีภัยเนื่องจากเป็นชุมชนที่มีอาคารไม้ อายุ 30-40 ปีขึ้นไป รวมทั้งปัญหาเรื่องน้ำท่วม และแผนพัฒนาที่ว่างสาธารณะและพื้นที่สีเขียวของชุมชนที่ขาดหายไป เมื่อเทียบความสำคัญของพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในเขตใจเมืองน่านแล้ว ยังพบว่าชุมชนหัวเวียงใต้เป็นพื้นที่กันชนและเชื่อมต่อกับพื้นที่หัวแหวนใจกลางเมืองน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญควรค่าแก่การอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นคุ้มบ้านเก่า วัด โบราณสถาน กำแพง คูน้ำ คันดิน รวมทั้งความเป็นย่านการค้าเก่าแก่ของชุมชนหัวเวียงใต้แห่งนี้
ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้รับฟังแนวคิดและองค์ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูเมือง/ย่าน จาก คุณสาวิตรี ณ หงษา นักวิจัยในโครงการซึ่งเป็นลูกหลานชาวหัวเวียงใต้โดยกำเนิด พร้อมกับนำเสนอกรณีศึกษาที่น่าสนใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเปิดมุมมองด้านการฟื้นฟูเมืองให้กับชาวเมืองน่าน
หลังจากนั้น เป็นเวทีระดมความเห็น “ฟื้นหัวเวียงน่าน ผ่านมือหมู่เฮา” เพื่อค้นหาว่า อะไร คือสิ่งที่จำเป็นต้องทำการฟื้นฟูมากที่สุดในชุมชนหัวเวียงใต้ เพราะเหตุใด หากทำการฟื้นฟูแล้ว ใครคือผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟู มีพื้นที่ใดเป็น พื้นที่เป้าหมาย รวมทั้งการระดมความคิดเห็นถึง แนวทางที่จะทำให้การฟื้นฟูนั้นเป็นจริงได้ โดยการตั้งคำถามกับผู้เข้าร่วมว่าแต่ละท่านจะมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูนั้นได้อย่างไร กลุ่มคนหรือหน่วยงานใดที่ต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง และอะไรบ้างคือสิ่งที่กลุ่มคนหรือหน่วยงานนั้นๆ จะให้ความช่วยเหลือได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ กำลังคน วัสดุอุปกรณ์ หรืองบประมาณ ฯลฯ ผลการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกทั้ง 4กลุ่มย่อย ซึ่งแบ่งตามคุณลักษณะความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องภายในย่านชุมชนหัวเวียงใต้ มีดังนี้
กลุ่ม 1 ผู้พักอาศัย ภาคประชาชน
กลุ่ม 2 ผู้ประกอบการ ร้านค้า ภาคธุรกิจ
กลุ่ม 3 ประชาสังคม นักวิชาการ สื่อมวลชน
กลุ่ม 4 ราชการ องค์กรส่วนท้องถิ่น
สมาชิกทั้ง 4 กลุ่มได้ร่วมแสดงความเห็นและหารือแลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่สมควรได้รับการฟื้นฟูมากที่สุดในชุมชนหัวเวียงใต้ ผลปรากฏว่า สิ่งที่ผู้เข้าร่วมต่างให้ความสำคัญมากที่สุดประกอบด้วย 4 โครงการต่อไปนี้
1.โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์
2.โครงการฟื้นฟูย่านการค้า
3.โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูอาคารที่มีเอกลักษณ์
4.โครงการจัดระบบการจราจรและที่จอดรถ
ข้อสรุปจากเวทีประชาคมยังถูกนำไปสร้างความเข้าใจให้แจ่มชัดยิ่งขึ้นในวันถัดมา เมื่อหัวหน้าบ้านและตัวแทนชุมชนหัวเวียงใต้ ภาคประชาสังคม รวมทั้งนายกเทศมนตรีเมืองน่านได้เข้าร่วมประชุมหารือกับทีมวิจัยและคณะจากการเคหะแห่งชาติที่วิหารวัดหัวเวียงใต้ต่อ โดยท่านเจ้าอาวาสได้มาเป็นประธานการประชุมและให้ข้อเสนอแนะแนวทางการทำงานที่เป็นประโยชน์แก่ชาวชุมชนหัวเวียงใต้ ทำให้แต่ละท่านเห็นเป้าหมายในทางเดียวกัน นั่นคือการพัฒนาการอยู่อาศัยเพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยกระบวนการค้นหาตัวเองและความเป็นเอกลักษณ์ของคนในพื้นที่ อาศัยการทำงานอย่างเป็นบูรณาการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูเมืองน่านอย่างเป็นรูปธรรม













