วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

งานประชาคม ครั้งที่ 2 ณ อาคารศาลเจ้าปุงเถ่ากง

    

     เวทีประชาคมครั้งที่ 2 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2555 ณ อาคารศาลเจ้าปุงเถ่ากง บนถนนสุมนเทวราช ซึ่งเป็นสถานที่ที่อยู่ใจกลางย่านชุมชนและเดินทางเข้าถึงได้ง่าย การจัดประชาคมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
(1) นำเสนอร่างแผนการพัฒนา ผังแนวความคิด (Action area concept plan) และข้อเสนอแนะการออกแบบ (Design Guidelines) สำหรับการฟื้นฟูชุมชนย่านหัวเวียงใต้
(2) รับฟังความคิดเห็นและหามติร่วมในการนำแผนและผังสู่การปฏิบัติ
(3) หาข้อสรุปและจัดลำดับความสำคัญในการผลักดันแผนให้เป็นรูปธรรม  
ผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยภาคี 4 ภาคส่วนทั้งในและนอกพื้นที่ชุมชนหัวเวียงใต้ ประมาณ 80 คน โดยภาคส่วนที่เข้าร่วมมากที่สุด คือภาคราชการ

     เนื่องจากการดำเนินงานโครงการนับตั้งแต่การประชุมคณะทำงานฟื้นฟูย่านชุมชนหัวเวียงใต้ (เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554) มาจนถึงต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 ขาดความต่อเนื่องเพราะติดขัดเรื่องงบประมาณ สถานการณ์การรับรู้ของชาวชุมชนหัวเวียงใต้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของโครงการฯ อยู่ในวงจำกัด บางค้อยังไม่ทราบถึงการดำเนินโครงการเท่าที่ควร ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการสื่อสารและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่อาจไม่ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ของชุมชนได้ทั้งหมด คณะผู้วิจัยจึงต้องปรับกลยุทธ์โดยก่อนการจัดเวทีประชาคมครั้งที่ 2 ได้จัดเวที “ผ่อนิทรรศการ ซักถามอู้จ๋าการฟื้นฟูเมือง” ขึ้นในช่วงเย็นของวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2555 ณ บริเวณสามแยกซอย 5 ถนนสุมนเทวราช  เพื่อให้ชาวชุมชนหัวเวียงใต้ทั้ง 4 ค้อ รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่ไม่เคยรับรู้เกี่ยวกับโครงการมาก่อนได้มีพื้นที่พบปะพูดจา ทำความรู้จักซึ่งกันและกัน และรู้ที่มาที่ไปเกี่ยวกับโครงการ ก่อนจะเข้าร่วมเวทีประชาคมครั้งที่ 2 ในวันถัดไป ในงานได้เชิญชวนให้ชาวชุมชนหัวเวียงใต้นำขนม อาหาร และเครื่องดื่มซึ่งเป็นของดีของชุมชนมาร่วมชิมและอู้จ๋าอย่างเป็นกันเอง รวมถึงการแสดงฟ้อนกลองปู่จาของคณะฆ้องกลองเยาวชนบ้านหัวเวียงใต้ ก่อนจะนำเสนอการดำเนินงานที่ผ่านมาของโครงการตั้งแต่เริ่มต้น และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนซักถามเกี่ยวกับการฟื้นฟูเมืองและการฟื้นฟูย่านหัวเวียงใต้ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง ภายในงานได้จัดนิทรรศการแผ่นภาพผังแนวความคิดในการฟื้นฟูชุมชนย่านหัวเวียงใต้ให้ผู้ร่วมประชุมได้สำรวจตรวจสอบ และมีคณะผู้วิจัยคอยทำหน้าที่ชี้แจงและอธิบายข้อสงสัย เนื่องจากบางชุดข้อมูลเป็นเรื่องเชิงเทคนิคที่ต้องอาศัยการอธิบายความให้เข้าใจตรงกัน










     เวทีประชาคมครั้งที่ เริ่มต้นด้วยการฉายวีดีทัศน์กิจกรรมความเคลื่อนไหวของโครงการช่วงที่ผ่านมา และเปิดการประชุมโดย นายศักดิ์ชัย จ.ผลิต ปลัดจังหวัดน่าน จากนั้นหัวหน้าโครงการฯ นายพงษ์สิน ทวีเพชร นำเสนอร่างแนวความคิดการฟื้นฟูย่านหัวเวียงใต้ โดยชี้ให้เห็นความสำคัญและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นหากมีการฟื้นฟูเมือง จะต้องฟื้นฟูกันอย่างไร
แบบไหน อะไรคือสิ่งที่ชาวเมืองควรหลงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลัง พร้อมทั้งนำเสนอร่างความคิดต่อไปนี้
1)    การฟื้นฟูพื้นที่นำร่อง (Jack Model) เป็นการออกแบบสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ โดยใช้อัตลักษณ์ของเมืองน่านและการอยู่อาศัยเข้ามาผสมผสานให้อยู่ร่วมกันกับลักษณะอาคารแบบดั้งเดิม
2)    การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในย่านหัวเวียงใต้ โดยเฉพาะอาคารที่ทรงคุณค่า
3)    งานปรับปรุงภูมิทัศน์ ถนน และซอยย่านหัวเวียงใต้ เป็นงานออกแบบภูมิทัศน์และงานตกแต่งทางเท้า ถนน รั้ว และสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณย่านการค้า
4)    การเลือกใช้สีอาคารในย่านหัวเวียงใต้
5)    แนวทางการออกแบบอาคารใหม่ เช่น การออกแบบป้ายร้าน รายละเอียดเกี่ยวกับประตู หน้าต่าง องค์ประกอบ เรือนไม้ ลักษณะพืชพรรณที่สามารถปลูกได้ในชุมชนเมืองน่าน


คุณศักดิ์ชัย จ.ผลิต ปลัดจังหวัดน่าน
กล่าวเปิดการประชุม



นอกจากนี้ นักวิจัยในโครงการนำเสนอและทบทวนแนวคิดเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูเมือง คุณค่าความเป็นเมืองเก่า-เมืองประวัติศาสตร์ หลักการในการอนุรักษ์และฟื้นฟูย่านและเมืองเก่า รูปแบบและวิธีการฟื้นฟูเมือง ตลอดจนสาระสำคัญของข้อกำหนด/ข้อเสนอแนะในการอนุรักษ์และฟื้นฟูเมือง โดยยกตัวอย่างเมืองในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ที่มีการใช้ข้อกำหนดเพื่อการอนุรักษ์ชุมชนเมืองจนทำให้เมืองมีเอกลักษณ์และคงความเป็นอัตลักษณ์ไว้ได้  จากนั้น นำเสนอข้อเสนอแนะการออกแบบ (Design Guidelines) สำหรับพื้นที่เฉพาะชุมชนหัวเวียงใต้ และเปิดรับฟังความคิดเห็น ที่ประชุมมีข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะต่อผังแนวความคิดและข้อเสนอแนะการออกแบบ ดังนี้
    1) การติดตั้งป้ายโลโก้ของบริษัทห้างร้านที่เป็นสาขาของผู้ประกอบการรายใหญ่จะกระทบต่อทัศนียภาพของเมือง แต่ก็เป็นข้อตกลงทางสัญญาของภาคธุรกิจ แนวทางที่เป็นไปได้ คือ การมีข้อตกลงร่วมภายในชุมชนว่าคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร แล้วผลักดันเป็นข้อเสนอหรือเทศบัญญัติเรื่องการติดตั้งป้ายโฆษณา มีการต่อรองหรือขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ให้สามารถทำตามเงื่อนไขที่ชุมชนเมืองกำหนด
   2) การปลูกต้นไม้ในเมือง เสนอให้มีการปลูกต้นหมาก ซึ่งเป็นไม้พื้นถิ่น ขณะเดียวกันการปลูกพืชหรือพันธุ์ไม้ใดควรพิจารณาสถานที่ที่จะปลูกด้วยว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
   3) ประเด็นความเสี่ยงหรือความท้าทายที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่

     - ปัญหาอัคคีภัยที่จะเกิดขึ้นกับอาคารไม้ ต้องคำนึงถึงเรื่องวัสดุอาคาร เส้นทางการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ และการเตรียมพร้อมของคนในชุมชน เช่น การติดตั้งถังดับเพลิงประจำบ้านแต่ละหลัง      - การเกิดขึ้นของอาคารรูปแบบใหม่ๆ จากกระแสธุรกิจการท่องเที่ยวและความทันสมัย เช่น เกสต์เฮ้าส์ โรงแรม ร้านขายของ ร้านเกมส์

ผู้เข้าประชุมส่วนใหญ่กังวลเรื่องความเป็นไปได้ในการนำร่างดังกล่าวไปใช้จริง ซึ่งจะเป็นไปได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับ
     - การมีคณะทำงานที่ชัดเจน โดยต้องเริ่มต้นจาก “คนใน” ชุมชนหัวเวียงใต้ และมี “คนนอก” คอยให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้
     - การสร้างความต่อเนื่องและสม่ำเสมอของคณะผู้วิจัยทั้งกิจกรรมและการรายงานความเคลื่อนไหวของโครงการฯ ให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะ เช่น การตั้งวงคุยเรื่องผังแนวคิดที่นำเสนอให้ประชาชนที่ไม่ได้มาเข้าร่วมในครั้งนี้ได้รับทราบและร่วมแสดงความเห็น
     - ความยาก-ง่ายในการดำเนินการ บางเรื่องสามารถทำได้เองเลยโดยเจ้าของบ้าน หรือทำร่วมกับหนวยงานในท้องถิ่น/จังหวัด โดยผลักดันเสนอเป็นแผนงานที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เช่น แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่พาณิชย์จังหวัดน่านกำลังดำเนินการอยู่
     - ศักยภาพ กำลังทรัพย์ และองค์ความรู้ของเจ้าของบ้านหรืออาคารนั้นๆ
แนวทางสู่ความเป็นไปได้เพื่อนำผังแนวความคิดไปสู่การปฏิบัติได้จริง มีผู้เสนอไว้ดังนี้
      - ชุมชนจะต้องเข้ามามีบทบาท และรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ โดยเริ่มต้นจากบ้านของตัวเองก่อน และต้องมีความเข้าใจในโครงการฯ และสิ่งที่ทำอยู่
     - ชุมชนต้องมีความเข้มแข็ง ซึ่งในขณะนี้ถือเป็นจุดอ่อนของชุมชนหัวเวียงใต้ที่ขาดความเข้มแข็งในระดับหมู่เหล่า (teamwork) แม้ในเชิงปัจเจกจะมีคนเก่งอยู่ไม่น้อยก็ตาม
     - การเชื่อมประสานกันระหว่างแนวคิดและแผนงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งโดยแท้แล้วไม่ได้มีเป้าหมายต่างกันนัก เช่น อพท. พาณิชย์จังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น   
     - “ความลงตัว” ระหว่างเจ้าของบ้านที่มีกำลังทรัพย์และต้องการฟื้นฟูแต่ขาดความรู้ หรือขาดช่างที่มีความสามารถ จำเป็นต้องชี้ทางหรือสร้างพื้นที่ให้คนเหล่านี้ได้มาพบกัน
     - การจัดทำบ้านตัวอย่างให้เห็น เพื่อสร้างแรงดึงดูด
     - ก่อตั้งคณะทำงานย่านชุมชนหัวเวียงใต้ที่จะลุกขึ้นมาดำเนินการรับผิดชอบอย่างจริงจังแข็งขัน โดยอาจเริ่มต้นจากคณะทำงานที่เป็นผู้นำโดยธรรมชาติจากทุกค้อ ค้อละ 2 คน กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าที่มีส่วนได้เสียโดยตรง และมีที่ปรึกษาที่ให้ความสนใจและร่วมกิจกรรมได้ต่อเนื่อง รวมประมาณ 15-20 คน มีผู้นำที่เข้มแข็งเด็ดขาด มีการแบ่งบทบาทหน้าที่กันอย่างชัดเจน และคณะทำงานชุดดังกล่าวไม่ต้องมีวาระสิ้นสุด ขอเพียงให้มีความต่อเนื่อง

แนวทางอื่นที่เป็นส่วนประกอบและสามารถทำคู่ขนานกับงานอื่นๆ ได้แก่ การเสริมพลังความเป็นชุมชนจากฐานราก การจัดวงเสวนาพูดคุยและสร้างกลุ่มคนเล็กๆ ให้พร้อมรับหน้าที่เป็นคนทำงานของชุมชน การไปทัศนศึกษาดูการพัฒนาเมืองอื่นๆ การเชิญทุนใหญ่มาหารือกับคนในท้องถิ่น อย่างไรก็ดี ร่างความคิดดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ได้จริงหรือไม่เพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับข้อตกลงร่วมกันของคนในชุมชนเป็นสำคัญ  อีกทั้งเงื่อนไข/อุปสรรคที่ยังมีอยู่ในชุมชน อาทิ
     - การทำความเข้าใจเรื่องผังแนวความคิดและข้อเสนอแนะการออกแบบ    (Design Guidelines) อาจเป็นเรื่องเชิงเทคนิคซึ่งยากต่อความเข้าใจ
     - คนในชุมชนส่วนใหญ่เข้าสู่วัยสูงอายุ และส่วนมากเป็นชุมชนเมืองที่ประกอบอาชีพค้าขายเป็นหลัก
     - เจ้าของบ้านยังไม่ออกมาเข้าร่วมโครงการฯ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา

บทเรียนและข้อเสนอแนะจากการประชุม
1) แม้จะมีการจัดงาน “ผ่อนิทรรศการ ซักถามอู้จ๋าการฟื้นฟูเมือง” และประชาสัมพันธ์มากขึ้นก็ยังพบว่า กลุ่มเป้าหมายที่เป็นชาวชุมชนหัวเวียงใต้ให้ความสำคัญกับการร่วมเวทีน้อยมาก ข้อเสนอแนะจากที่ประชุมจึงเห็นว่าควรเปิดวงคุยเล็กๆ เป็นกลุ่มๆ ว่าด้วยเรื่องผังแนวคิดเพื่อให้ประชาชนที่ไม่ได้มาเข้าร่วมในครั้งนี้ได้รับทราบและแสดงความเห็น
2) การพิจารณาดำเนินการเรื่องคณะทำงานฟื้นฟูย่านหัวเวียงใต้ควรเร่งผลักดัน โดยทบทวนรายชื่อคณะทำงานฯ เดิม และเพิ่มเติมรายชื่อใหม่ นัดประชุมและกำหนดบทบาทให้ชัดเจน เพื่อรองรับการทำงานโครงการฯ ที่จะมาถึง
3) ร่างผังแนวความคิดและและข้อเสนอแนะการออกแบบ (Design Guidelines) ส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับเรื่องสุนทรียภาพและความงามทางสถาปัตยกรรมเป็นหลัก ควรเพิ่มเติมมิติด้านวัฒนธรรม สังคม และเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับการอยู่อาศัยเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้มากขึ้น
4) การสื่อสารผ่านบุคคลหรือกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งเป็นหลักไม่ส่งผลต่อการรับรู้โครงการอย่างทั่วถึง จึงควรพิจารณาหาช่องทางในการสื่อสารประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความเคลื่อนไหวในโครงการในลักษณะที่เข้าถึงคนในชุมชนแต่ละค้อให้มากขึ้น
5) คณะผู้วิจัยควรได้ร่วมกับชาวชุมชนวางแผน เร่งกระตุ้นให้ชาวชุมชนหัวเวียงใต้ตระหนักถึงความสำคัญของการฟื้นฟูบ้านเมืองของตนเอง และสร้างสำนึกในความเป็นเจ้าของ การ “ฟื้นหัวเวียงน่าน ผ่านมือหมู่เฮา” อย่างจริงจัง   





วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

เชิญชมวิดีโอรวมภาพกิจกรรมความเคลื่อนไหวในโครงการ

กิจกรรมในวันเปิดตัวโครงการฟื้นฟูเมืองการอยู่อาศัยในภูมิภาค ชุมชนน่าน
เมื่อวันที 20 ตุลาคม พ.ศ.2554 ณ วิหารวัดหัวเวียงใต้





สถานที่ บรรยากาศ และการสำรวจข้อมูลกายภาพในย่านหัวเวียงใต้
 
เวทีประชาคม ครั้งที่ 1
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน

ชุดที่ 1/3

ชุดที่ 2/3

ชุดที่ 3/3


ศึกษาดูงานในประเทศ
เมื่อวันที่ 23-25 มีนาคม พ.ศ.2555 ณ จังหวัดลำปาง
ชุดที่ 1/3

ชุดที่ 2/3

ชุดที่ 3/3



สปอตประชาสัมพันธ์เวทีประชาคม ครั้งที่ 2
วันที่ 23-24 เมษายน พ.ศ.2555 ณ ศาลเจ้าปุงเถ่ากง

วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

การศึกษาดูงานภายในประเทศ

          การสร้างประสบการณ์เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรัก และเล็งเห็นถึงคุณค่าของการฟื้นฟูเมืองเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ดังนั้น คณะผู้วิจัยจึงได้จัดศึกษาดูงานเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์การฟื้นฟูและอนุรักษ์เมืองที่มีตัวอย่างให้เรียนรู้ตามแนวทางที่สอดคล้องกับพื้นที่ย่านหัวเวียงใต้ ภายใต้แนวคิดเรื่อง “การฟื้นฟูเมืองและย่านการค้า” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1) ให้ผู้มีส่วนร่วมในโครงการฟื้นฟูเมืองฯ ได้เห็นตัวอย่าง และเรียนรู้การฟื้นฟูเมืองแห่งอื่นที่มีบริบทใกล้เคียง
2) เพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูเมืองและย่าน ทั้งภาคทฤษฎีและความรู้เพิ่มเติมจากภาคสนาม เพื่อเป็นแนวทางสู่การปฏิบัติให้เกิดรูปธรรมในพื้นที่โครงการ
3) สามารถนำแนวคิดการฟื้นฟูเมืองฯ มาบูรณาการในการวางแผนฒนาจังหวัดและท้องถิ่น 
 
          การศึกษาดูงานในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม พ.ศ.2555 จังหวัดลำปาง คณะศึกษาดูงานประกอบด้วย ชาวชุมชนหัวเวียงใต้ ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดน่าน และผู้แทนจากการเคหะแห่งชาติ รวม 24 คน

          การศึกษาดูงานที่จังหวัดลำปางมีจุดเด่นเรื่องการฟื้นฟูเมืองและย่านการค้าเก่าแก่ของเมือง สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาและฟื้นฟูย่านการค้าและการอนุรักษ์อาคารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในชุมชนหัวเวียงใต้ มีตัวอย่างเรื่องการให้ความสำคัญกับศูนย์เรียนรู้นอกห้องเรียนซึ่งมีหลากหลายระดับ ตั้งแต่ระดับภูมิภาค เมือง และชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองลำปางยังมีชุมชนที่มีจุดแข็งเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนกับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นจนได้รับรางวัลระดับโลก ทั้งหมดนี้จึงน่าจะทำให้ภาคีภาคส่วนต่างๆ จากจังหวัดน่านได้ร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกัน โดยการเข้าพบ เยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ และการสัมผัสรูปธรรมของจริง  รวมทั้งสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้ ปัญหา อุปสรรค และวิธีการของชุมชนต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนบทเรียนและองค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูเมืองอันจะนำไปสู่การพัฒนาการอยู่อาศัยที่ดีมีคุณภาพต่อไป
 สถานที่ศึกษาดูงาน ประเด็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และวิทยากรผู้บรรยาย

ภาพกิจกรรมการศึกษาดูงาน
 
ต้อนรับคณะศึกษาดูงานที่ร้านอาหารบ้านเก้าลำปาง และรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน

คุณเฉลิม แก้วกระจ่าง ปลัดเทศบาลนครลำปาง บรรยาย หัวข้อ บทบาทของท้องถิ่นกับการเสริมสร้างและรักษามรดกทางวัฒนธรรม

 














 


 แนวคิดและกระบวนการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้จังหวัดลำปาง โดย คุณภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์



 





 











บรรยายและนำชมอาคารสถาปัตยกรรมย่านการค้าตลาดจีน โดย คุณไตรเทพ  บุญเฮง





















บรรยายเรื่อง แนวคิดการจัดตั้ง “มูลนิธินิยม  ปัทมะเสวี
และนำชมศูนย์การเรียนรู้ปัทมะเสวี หอศิลป์ลำปาง
โดย คุณไพศาล  ด่านวิรุทัย ผู้จัดการศูนย์ฯ






















บรรยาย และนำชม กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัดปงสนุก โดย อาจารย์อนุกูล  ศิริพันธ์





















คุณเกียรติชัย มานะศิลป์ (โกชัย) บรรยายหัวข้อ "จากชุมชนตลาดจีน ถึงกาดกองต้า....วันนี้"" 




















 






















นำชมและศึกษาสถานที่สำคัญของเมือง เช่น กำแพงเมือง ถนนสายวัฒนธรรม บ้านเก่าชุมชนท่ามะโอ
และบ้านอนุรักษ์เรือนเจ้าแม่ยอดคำ โดย คุณกิติศักดิ์ เฮงษฎีกุล

 


















 กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันสรุปบทเรียนจากการศึกษาดูงาน

นอกจากข้อมูลและสาระอันเป็นประโยชน์ของสถานที่ศึกษาดูงานแต่ละแห่ง บทเรียนที่คณะศึกษาดูงานได้รับจากการเรียนรู้ครั้งนี้ ได้แก่
·  การจะฟื้นฟูเมืองให้เกิดเป็นรูปธรรมได้จริงต้องมาจากวิสัยทัศน์ผู้นำว่าจะให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ส่งเสริม และการพัฒนาเมืองมากน้อยเพียงไร เพราะเชื่อมโยงถึงการวางแผนจัดสรรงบประมาณ รวมถึงการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ
·  การอนุรักษ์อาคารสถาปัตยกรรมให้คงอยู่เป็นภารกิจสำคัญที่คนรุ่นปัจจุบันต้องเร่งดำเนินการ โดยอาศัยภูมิปัญญาความรู้และเทคนิคเฉพาะและความละเอียดอ่อน หัวใจสำคัญในการอนุรักษ์บ้านเก่า คือการรวบรวมเรื่องราวจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ และภาพถ่ายเก่าๆ ของเรือนหลังนั้น เพราะเป็นองค์ประกอบที่มีคุณค่าและสมควรได้รับการเก็บรักษาอย่างถูกต้อง
·  สิ่งสำคัญในการบูรณะโบราณสถานโบราณวัตถุ คือเริ่มต้นจากคนในชุมชนนั้นๆ ก่อนจะขยายความร่วมมือออกไปในวงกว้าง ด้วยการสำรวจภูมิปัญญางานช่างที่มีอยู่เดิม เพราะถือเป็นกำลังหลักสำคัญในการซ่อมแซมบูรณะ
·  การร่วมมือกันระหว่างท้องถิ่นกับสถาบันการศึกษาที่มีความชำนาญเฉพาะเป็นความจำเป็นและต้องการการลงทุนว่าจ้าง เพื่อการบูรณะซ่อมแซมจำเป็นต้องทำอย่างถูกหลักวิชาเพื่อป้องกันการสูญหายของคุณค่าที่มีอยู่เดิม
·  แนวคิดหลัก (concept) ของการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เมืองอย่างห้อง “ปูมละกอน” หรือ “มิวเซียมลำปาง” คือการตั้งคำถามถึงความเป็นอัตลักษณ์หรือความเป็นตัวตนของคนลำปาง รวมถึงการเปิดพื้นที่และโอกาสให้เกิดกิจกรรมเพื่อใช้ “พลัง” ในเชิงสร้างสรรค์ และการ “ย่อย” เรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายเพื่อเข้าถึงผู้ชมที่มีหลากหลายกลุ่มได้มากที่สุด
·  การทำถนนคนเดินจำเป็นต้องทำชุมชนให้เข้มแข็งก่อน แล้วค่อยร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ ไม่ควรเน้นนักท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่เน้นคนในชุมชน ดังนั้น หากจะเริ่มต้นทำถนนคนเดินต้องอ่านชุมชนของตัวเองให้ทะลุว่าคนในพื้นที่ตัวเองมีลักษณะอย่างไร เพราะแต่ละที่ไม่เหมือนกัน
·  การบริหารจัดการถนนคนเดินเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แนวทางที่กาดกองต้าจัดการคือให้ความสำคัญกับผู้ค้ายุคแรกเริ่มและให้สิทธิเจ้าของบ้านก่อน รวมถึงการกำหนดระเบียบเพื่อควบคุมประเภทสินค้าที่จำหน่าย ผู้ค้า มีบทลงโทษหากทำผิดระเบียบ และใช้วิธีแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับธรรมชาติของชุมชน
·  ภาวะผู้นำเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารจัดการเรื่องที่มีความซับซ้อนและต้องการความเฉียบขาด เช่นกรณีถนนคนเดิน ผู้นำต้องมีความเฉียบขาด  ทุ่มเท เสียสละ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง

บทเรียนที่คณะศึกษาดูงานร่วมกันสรุปในวันสุดท้ายของการศึกษาดูงาน พบว่า ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ “คน” และ “ทีมงาน” ดังนี้
·  การฟื้นฟูหรือเปลี่ยนแปลงเมืองจะเกิดขึ้นได้ มีส่วนมาจากการมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เช่น นายกเทศบาลฯ ผู้นำชุมชน ดังนั้นการเลือก “ผู้นำ” ทั้งระดับเมือง ระดับชุมชน หรือระดับโครงการควรเป็นคนที่มีความตั้งใจ เสียสละ มีบารมี มีวิสัยทัศน์ โดยเฉพาะการมีผู้นำที่เสียสละมีส่วนในการสร้างความเชื่อมั่นจากคนในชุมชน  
· “อาสาสมัคร” ตัวจริง ต้องเป็นบุคคลที่ทำจริง ไม่ฝากใครทำ
·  การสร้าง “ทีม” ในการทำงานที่ดี ควรประกอบด้วยทั้ง “ฝ่ายบู๊” “ฝ่ายบุ๋น” มีการแบ่งบทบาทกันภายในทีม รวมทั้งมีฝ่ายประชาสัมพันธ์
·  การทำงานควรเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แล้วค่อยขยายผล เช่น เริ่มต้นจากครอบครัวที่เป็นต้นแบบให้คนอื่นๆ ได้

          สิ่งที่คณะศึกษาดูงานตั้งใจกลับไปทำ คือ ชักชวนให้คณะกรรมการจัดงานกาดกองน้อยได้ทบทวนฐานคิดในการทำงาน เป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมถนนคนเดิน โดยศึกษากรณีตัวอย่างการจัดกาดกองต้าที่มีเป้าหมายในเชิงการป้องกัน และลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นมากกว่ามุ่งเน้นแต่เรื่องการค้าขาย ประการสำคัญ ในการฟื้นฟูย่านชุมชนหัวเวียงใต้จะเกิดขึ้นได้จริง คณะทำงานต้องลุกขึ้นมามีบทบาทนำมากกว่ารอให้คณะผู้วิจัยลงมาขับเคลื่อนให้ เพราะโครงการวิจัยมีระยะเวลาสิ้นสุด แต่การพัฒนาและฟื้นฟูเมืองน่านย่อมเดินทางต่อไปด้วยคนเมืองน่านด้วยกันเอง

บทเรียนและข้อเสนอแนะหลังการศึกษาดูงาน

1.  ภาคีจากภาคราชการที่ร่วมศึกษาดูงานในครั้งนี้ มีความกระตือรือร้น และแสดงเจตจำนงที่จะช่วยเหลืองานในโครงการอย่างเต็มที่ แต่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าร่วมโครงการฯ เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ในระดับผู้ปฏิบัติการ

2.  การสรุปบทเรียนในช่วงปิดท้ายการศึกษาดูงานมีหลายประเด็นที่ผู้เข้าร่วมศึกษาดูงานได้ร่วมกันคิดและเสนอแนะ ซึ่งน่าจะได้รับการกระตุ้นและผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ชุมชนหัวเวียงใต้ต่อไป

3.  การได้เห็นแบบอย่างการมีส่วนร่วมของกลุ่มเยาวชนจากกรณีงานรำลึกสะพานรัษฎา ทำให้หลายฝ่ายเห็นความสำคัญให้กลุ่มเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น แต่การจะให้เยาวชนเข้ามามีบทบาทโดยตรงอาจไม่สอดคล้องกับกิจกรรมที่จัดขึ้น เช่น กิจกรรมถนนคนเดินซึ่งมักถูกมองว่าเป็นงานของผู้ใหญ่ จึงเสนอให้มีคณะทำงานที่เป็นคนซึ่งคลุกคลีกับเยาวชนมาร่วมด้วย

4.  การฟื้นฟูสิ่งดีๆ ในย่านหัวเวียงใต้ สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการให้ “คนใน” เล่าความภาคภูมิใจในชุมชน แล้วนำมาจัดทำเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ (หนังสือ) ให้คนในชุมชนมีส่วนคิด ทำ และร่วมสร้างความภาคภูมิใจ เหมือนที่ชาวย่านกาดกองต้าได้ทำขึ้น

      คณะผู้วิจัยวางแผนการศึกษาดูงานครั้งนี้โดยมุ่งหวังให้ชาวน่านได้รับประโยชน์สูงสุด เพื่อจะได้นำมาใช้ฟื้นฟูเมืองน่านต่อไป ไม่เว้นแม้แต่เรื่องสถานที่พักในการศึกษาดูงาน ที่มีสภาพน่าพัก อยู่ในสภาพแวดล้อมและบรรยายกาศที่ดี ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ได้วางแผนสอดแทรกเพื่อให้ผู้ศึกษาดูงานครั้งนี้ได้เรียนรู้และนำแบบอย่างการบริหารจัดการที่พักที่ได้มาตรฐานไปประยุกต์ใช้กับการจัดการที่พักในย่านหัวเวียงใต้ในอนาคต